ข้อมูลทางกฎหมาย

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟรีเวชั่น จำกัด ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการระบบ Frevation Sentus นโยบายฉบับนี้อธิบายว่าเราเก็บรวบรวมข้อมูลใด ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด เปิดเผยแก่ผู้ใด และผู้ใช้บริการมีสิทธิอย่างไร

วันที่มีผลบังคับใช้
11 กันยายน 2569
ปรับปรุงล่าสุด
13 กันยายน 2569

นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท ฟรีเวชั่น จำกัด

การใช้บริการระบบ Frevation Sentus ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่านและรับทราบนโยบายฉบับนี้แล้ว หากไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในนโยบาย ขอความกรุณางดใช้บริการและติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามเพิ่มเติม

1.ขอบเขตของนโยบายนี้

นโยบายนี้ใช้บังคับกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นผ่านเว็บไซต์ www.sentus.in.th ระบบ Frevation Sentus ทุกส่วน และช่องทางการติดต่อสื่อสารอื่นของบริษัท

เมื่อผู้ใช้บริการเป็นนิติบุคคล บริษัททำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน การออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ และการเก็บหลักฐานการลงลายมือชื่อ ส่วนเนื้อหาของเอกสารที่นิติบุคคลนำเข้าสู่ระบบ บริษัททำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของนิติบุคคลนั้น

นโยบายนี้ไม่ใช้บังคับกับเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลภายนอกที่เชื่อมโยงออกจากระบบของเรา ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบายของผู้ให้บริการรายนั้น

2.ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการลงนามเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยจำแนกตามประเภทได้ดังนี้

ประเภทข้อมูลรายละเอียด
ข้อมูลระบุตัวตนคำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) และเลขประจำตัวประชาชน ที่ได้รับจากกระบวนการพิสูจน์ตัวตนด้วย ThaID
ข้อมูลการติดต่ออีเมล หมายเลขโทรศัพท์มือถือซึ่งผู้ใช้บริการต้องยืนยันด้วยรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ทางข้อความสั้น (SMS) ที่อยู่ปัจจุบัน และที่อยู่ที่ทำงาน ตามที่ผู้ใช้บริการกรอกหรือแก้ไขในระบบ
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้รหัสผู้ใช้ภายในระบบ ข้อมูลการเข้าสู่ระบบผ่านผู้ให้บริการยืนยันตัวตน การตั้งค่าบัญชี และองค์กรที่ผู้ใช้เป็นสมาชิก
ข้อมูลความสัมพันธ์กับนิติบุคคลเลขทะเบียนนิติบุคคล ชื่อนิติบุคคล รายชื่อกรรมการและผู้มีอำนาจลงนาม เงื่อนไขอำนาจลงนาม และบทบาทของผู้ใช้ภายในองค์กร
ข้อมูลการลงลายมือชื่อภาพลายมือชื่อและภาพตราประทับที่ผู้ใช้อัปโหลด ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้ (เช่น หมายเลขซีเรียลและกุญแจสาธารณะ) ค่าแฮชของเอกสาร และค่าประทับเวลาของการลงนาม
เอกสารและเนื้อหาในเอกสารไฟล์เอกสารที่อัปโหลดเข้าสู่ระบบ ข้อมูลผู้รับและผู้ลงนามที่ระบุในซองเอกสาร รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเอกสารเหล่านั้น
ข้อมูลการใช้งานและบันทึกเหตุการณ์หมายเลขไอพี ข้อมูลอุปกรณ์และเบราว์เซอร์ วันและเวลาที่เข้าถึง เปิดอ่าน หรือลงนามเอกสาร และบันทึกการตรวจสอบ (audit log) ของการกระทำภายในระบบ
หลักฐานการตรวจสอบสำเนาคำตอบที่ได้รับจากระบบพิสูจน์ตัวตนและระบบทะเบียนนิติบุคคลภายนอก ซึ่งจัดเก็บตามที่ได้รับเพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงย้อนหลังเท่านั้น

บริษัทกำหนดให้ผู้ใช้บริการระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือและยืนยันความเป็นเจ้าของหมายเลขด้วยรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ที่ส่งทางข้อความสั้น (SMS) โดยใช้หมายเลขดังกล่าวเพื่อ (1) ให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทติดต่อผู้ใช้บริการเกี่ยวกับการใช้บริการและการให้ความช่วยเหลือ (2) ติดต่อและประสานงานในขั้นตอนการขอออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ และ (3) ยืนยันตัวตนของผู้ลงนามก่อนการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์บนเอกสาร

หากกระบวนการพิสูจน์ตัวตนมีการประมวลผลข้อมูลชีวมิติ (เช่น ภาพใบหน้า) ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

3.แหล่งที่มาของข้อมูล

  • จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง เมื่อสมัครใช้บริการ กรอกข้อมูลในระบบ อัปโหลดเอกสาร หรือติดต่อบริษัท
  • จากระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ThaID ของกรมการปกครอง เมื่อเจ้าของข้อมูลให้ความยินยอมในการเชื่อมต่อ
  • จากระบบให้บริการข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำหรับข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ
  • จากนิติบุคคลที่เจ้าของข้อมูลสังกัด เช่น เมื่อผู้ดูแลองค์กรเชิญเข้าร่วม ระบุเป็นผู้ลงนาม หรือระบุเป็นผู้รับเอกสาร
  • จากการใช้งานระบบโดยอัตโนมัติ เช่น บันทึกเหตุการณ์ของเซิร์ฟเวอร์และข้อมูลอุปกรณ์

4.วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • สร้างและบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้ องค์กร และสิทธิการเข้าถึง
  • พิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ลงนาม และตรวจสอบอำนาจลงนามของนิติบุคคล
  • ยืนยันตัวตนของผู้ลงนามด้วยรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ที่ส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ก่อนการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์บนเอกสาร
  • ออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ลงลายมือชื่อ และประทับรับรองเอกสาร
  • ติดต่อและประสานงานกับผู้ใช้บริการทางหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ในขั้นตอนการขอออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
  • จัดเก็บหลักฐานการลงนามและบันทึกการตรวจสอบ เพื่อให้เอกสารตรวจสอบย้อนหลังได้
  • ส่งอีเมลแจ้งเตือนเกี่ยวกับซองเอกสาร คำเชิญ และสถานะการลงนาม
  • ให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทติดต่อผู้ใช้บริการทางหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ความช่วยเหลือ ตรวจสอบข้อมูล และแจ้งเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการใช้บริการ
  • รักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ป้องกันการฉ้อโกงและการใช้งานโดยมิชอบ
  • ปรับปรุงคุณภาพบริการ วิเคราะห์การใช้งาน และให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ

บริษัทไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น เว้นแต่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้เจ้าของข้อมูลทราบและได้รับความยินยอมก่อน

5.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคล และเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น โดยอาจเปิดเผยแก่

  • คู่สัญญาในซองเอกสารเดียวกัน เช่น ผู้ลงนามร่วม ผู้รับเอกสาร และผู้ดูแลองค์กรที่เกี่ยวข้อง เท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินการลงนาม
  • หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานปลายทางที่ผู้ใช้บริการเลือกนำส่งเอกสารด้วยตนเอง ซึ่งจะเข้าถึงได้เฉพาะเอกสารและลิงก์ที่ผู้ใช้บริการสร้างขึ้นให้หน่วยงานนั้นเท่านั้น
  • กรมการปกครอง สำหรับกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วย ThaID
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำหรับการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ
  • ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ที่บริษัทใช้ เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการยืนยันตัวตน ผู้ให้บริการส่งอีเมล และผู้ให้บริการส่งข้อความสั้น (SMS) ภายใต้ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • ที่ปรึกษาวิชาชีพ ผู้ตรวจสอบ หรือหน่วยงานกำกับดูแล เท่าที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต
  • หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ศาล หรือหน่วยงานรัฐ เมื่อมีคำสั่งหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

ในระหว่างการเข้าร่วมโครงการ Digital Service Sandbox บริษัทอาจต้องรายงานผลการทดสอบต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) โดยจะรายงานในรูปแบบข้อมูลสรุปที่ไม่ระบุตัวบุคคลเท่าที่เป็นไปได้ ทั้งนี้ การเข้าร่วม Digital Service Sandbox ไม่ใช่การรับรองว่าบริการสอดคล้องกับกฎหมายหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

6.การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ

ระบบ Frevation Sentus ทำงานบนบริการคลาวด์ซึ่งมีศูนย์ข้อมูลอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริษัทใช้ผู้ให้บริการบางรายที่มีการประมวลผลข้อมูลนอกราชอาณาจักร เช่น ผู้ให้บริการส่งอีเมล

ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเลือกใช้ผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ

7.ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล

  • ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และข้อมูลองค์กร: เก็บตลอดระยะเวลาที่ยังใช้บริการ และเก็บต่อไปไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย
  • เอกสาร ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ใบรับรอง และหลักฐานการลงนาม: เก็บไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ลงนามเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารย้อนหลังได้ตามอายุความและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • บันทึกการตรวจสอบ (audit log) และบันทึกเหตุการณ์ของระบบ: เก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด
  • ข้อมูลการติดต่อสอบถาม: เก็บไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันที่ปิดเรื่อง

เมื่อพ้นระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาต่อไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้คดี

ในระยะทดสอบระบบ ข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบทดสอบถือเป็นข้อมูลเพื่อการทดสอบเท่านั้น และอาจถูกลบเมื่อสิ้นสุดรอบการทดสอบ ผู้ใช้บริการจึงไม่ควรนำข้อมูลส่วนบุคคลจริงที่ไม่จำเป็นเข้าสู่ระบบทดสอบ

8.มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

  • เข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งด้วย HTTPS/TLS และเข้ารหัสข้อมูลขณะจัดเก็บ
  • จัดเก็บกุญแจและใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในระบบบริหารจัดการกุญแจที่แยกออกจากฐานข้อมูลหลัก
  • ควบคุมการเข้าถึงตามบทบาทหน้าที่ (least privilege) และตรวจสอบสิทธิของผู้ใช้ทุกครั้งที่เข้าถึงข้อมูลขององค์กร
  • บันทึกการเข้าถึงและการกระทำสำคัญทุกครั้งในรูปแบบบันทึกที่เพิ่มได้อย่างเดียว (append-only)
  • ทบทวนความปลอดภัยของโค้ดและโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ และแยกสภาพแวดล้อมทดสอบออกจากสภาพแวดล้อมให้บริการจริง

หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ และจะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีความเสี่ยงสูง

9.สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้

  • สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน
  • สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่อง
  • สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
  • สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • สิทธิถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้ โดยไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยชอบ

เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิได้ผ่านช่องทางติดต่อในข้อ 13 โดยบริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอที่มีข้อมูลครบถ้วน

บริษัทอาจปฏิเสธคำขอลบหรือระงับการใช้ข้อมูลบางรายการได้ หากข้อมูลนั้นเป็นหลักฐานการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือบันทึกการตรวจสอบที่จำเป็นต่อความน่าเชื่อถือของเอกสารที่ลงนามไปแล้ว หรือที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาตามกฎหมาย โดยจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ทราบ

10.คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

เว็บไซต์และระบบของบริษัทใช้คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงาน (strictly necessary cookies) เช่น คุกกี้สำหรับรักษาสถานะการเข้าสู่ระบบและความปลอดภัยของเซสชัน ซึ่งไม่สามารถปิดการทำงานได้เนื่องจากระบบจะไม่สามารถให้บริการได้

หากในอนาคตบริษัทมีการใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์หรือการตลาด บริษัทจะขอความยินยอมก่อนการใช้งาน และจะปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ให้สอดคล้อง ผู้ใช้บริการสามารถลบหรือปิดคุกกี้ได้จากการตั้งค่าของเบราว์เซอร์

11.ข้อมูลของผู้เยาว์

ระบบ Frevation Sentus ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในนามนิติบุคคลและผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว บริษัทไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ หากพบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมที่ถูกต้อง บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลนั้นโดยไม่ชักช้า

12.การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริการหรือกฎหมาย โดยจะประกาศนโยบายฉบับล่าสุดไว้บนหน้านี้พร้อมระบุวันที่ปรับปรุง หากเป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ บริษัทจะแจ้งให้ทราบผ่านอีเมลหรือการแจ้งเตือนภายในระบบล่วงหน้าตามสมควร

13.ช่องทางการติดต่อ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)

ชื่อ
บริษัท ฟรีเวชั่น จำกัด
เลขทะเบียนนิติบุคคล
0105556003831
ที่อยู่
682 หมู่ 1 ถ.สุขาภิบาล 1 ต.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม 44130
โทรศัพท์
02-107-0999
เว็บไซต์
www.sentus.in.th

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)

ที่อยู่
บริษัท ฟรีเวชั่น จำกัด 682 หมู่ 1 ถ.สุขาภิบาล 1 ต.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม 44130
โทรศัพท์
02-107-0999
อีเมล
dpo@frevation.com

หากต้องการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ กรุณาติดต่อผ่านช่องทางข้างต้น